วิธีรักษาเล็บขบแบบง่าย ๆ ที่ใคร ๆ ก็ทำได้




ปัญหาเล็บขบ แค่พูดถึงก็รู้สึกได้ถึงความทรมานใครไม่เคยเป็นคงไม่รู้หรอกว่ามันแย่ขนาดไหน ต้องค่อย ๆ เดิน ค่อย ๆ ย่อง เพราะการก้าวเท้าแรงเกินไปก็เจ็บ ถ้าหนองแตกก็ปวดสุด ๆ บงคนถึงขั้นต้องถอดเล็บ วันนี้ Gang Beauty มีเคล็ดลับวิธีรักษาเล็บขบมาฝากกัน พร้อมกับสาเหตุที่ทำให้เกิดเล็บขบจะได้ระวัง ๆ กันไว้ไม่ให้กลับไปเป็นซ้ำอีก

สาเหตุที่ทำให้เป็น "เล็บขบ"



1. การใส่รองเท้าที่บีบมากเกินไป เพราะจะทำให้เนื้อที่อยู่ด้านข้างของเล็บถูกบีบเข้ามา เล็บก็เลยไปกดเนื้อด้านข้าง เมื่อเล็บงอกมันก็จะงอกลึกลงไปในเนื้อ ทำให้รู้สึกเจ็บปวด นอกจากนี้ การใส่รองเท้าส้นสูงเกินไป ปลายเท้าแหลมเกินไป ก็ทำให้เท้าถูกบีบจนเล็บงอกตามปกติไม่ได้ ต้องกินเข้าไปในเนื้อ

2. การตัดเล็บไม่ถูกวิธี หลายคนตัดเล็บด้านข้างเป็นมุมแหลมชิดเนื้อ หรือลึกเกินไปนั่นเอง ทำให้เล็บงอกใหม่ไปทิ่มที่ซอกเล็บ จนเกิดแผลและมีอาการปวดตามมา หรือบางคนชอบแต่งเล็บให้โค้งเข้าในซอกเล็บมากเกินไป และชอบแคะ ขูด งัดซอกเล็บบ่อย ๆ

3. การติดเชื้อราที่เล็บ

4. อุบัติเหตุ เช่น ปลายนิ้วเท้าชอบไปชนอะไรบ่อย ๆ ทำให้เล็บฉีกขาดแทงเข้าไปในซอกเล็บได้ หรือการเล่นกีฬา เช่น เทนนิส แบดมินตัน ฟุตบอล บาสเกตบอล ซึ่งทำให้กระดูกนิ้วทำงานหนัก

5. การมีเล็บเท้าที่กว้างกว่าปกติ หรือเกิดจากการที่นิ้วเท้ามาซ้อนเกย หรือเบียดกัน

วิธีรักษาเล็บขบสำหรับผู้ที่ยังมีอาการไม่มาก เพียงแค่ปวดบวมแดงเล็กน้อย และยังไม่มีหนอง



1. แช่เท้าในน้ำอุ่น หรือน้ำเกลืออุ่น ๆ ประมาณ 10 นาที เพื่อบรรเทาอาการปวดก่อนค่ะ

2. ตัดเล็บส่วนเกินที่ไม่เจ็บออก เพื่อไม่ให้มีเศษผงหรือสิ่งสกปรกค้างอยู่ เพราะเศษสิ่งสกปรกพวกนี้จะทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อรุนแรงขึ้น

3. ใช้แอลกอฮอล์ความเข้มข้น 70% เช็ดเล็บให้สะอาด

4. ใช้เส้นด้าย ไม้จิ้มฟันก้านบาง ๆ ไหมขัดฟันที่เล็ก ๆ หรือวัสดุอะไรที่มีขนาดบาง ๆ แต่แข็งพอสมควร สอดเข้าไปใต้เล็บแล้วงัดเล็บขึ้นมา อาจจะรู้สึกปวดบ้าง ควรทำอย่างเบามือที่สุดค่ะ

5. นำสำลีสอดลงไปบริเวณที่เล็บขบอยู่ จะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดลงได้ แล้วกินยาปฏิชีวนะประเภทเตตร้าซัยคลิน หรือแอมพิซิลลิน และก็กินยาแก้ปวดพวกพาราเซตามอล จะบรรเทาอาการเจ็บปวดและการอักเสบจากการติดเชื้อลงได้มาก

วิธีนี้รักษาเล็บขบวิธีนี้ยังสามารถอาบน้ำล้างเท้าได้ตามปกติ และควรจะถูสบู่ที่ซอกเท้า ซอกเล็บวันละ 2 ครั้ง เพื่อกำจัดเชื้อโรคออกด้วย หลังอาบน้ำเสร็จควรใช้แอลกอฮอล์ 70% เช็ดเล็บให้สะอาด แล้วใช้ผ้าพันไว้ เพื่อไม่ให้สิ่งสกปรกเข้าไปในซอกเล็บอีก


วิธีรักษาเล็บขบด้วยสมุนไพรไทย

สูตรที่ 1 : นำใบฝรั่งสด 2 ใบมาโขลก ใส่เกลือ 1/2 ช้อนชา ข้าวสุก 2 ช้อนโต๊ะคนผสมให้เข้ากัน นำมาพอกตรงหนองบริเวณที่เล็บขบจะช่วยบรรเทาอาการปวดได้


สูตรที่ 2 : นำไพลมา 1 แง่ง (ยาวประมาณ 2 นิ้ว) มาตำ และใส่เกลือตัวผู้ (เกลือที่เป็นเม็ดยาวๆ ) ประมาณ 7 เม็ด ข้าวสุก 1 กำมือ ตำผสมกันให้ละเอียด พอกบริเวณที่เป็นแผลประมาณ 20 นาทีจะทำให้หนองแตกออกมาและหายปวดได้



สูตรที่ 3 : ฝานมะนาวตรงส่วนหัวออกให้มีขนาดพอให้นิ้วสอดเข้าไปได้ แล้วใช้มีดคว้านเอาเนื้อในออกเล็กน้อย จากนั้นทาปูนแดงบางๆบริเวณที่เล็บขบ แล้วสอดนิ้วเท้าที่เป็นเล็บขบเข้าไปข้างในมะนาวที่ฝานแล้ว ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที วิธีนี้ทำวันละ 2-3 ครั้ง เช้า-เย็น อาการปวดจะทุเลาขึ้น


สูตรที่ 4 : นำใบเทียนดอกประมาณ 7-10 ใบ (หรือดอกก็ได้) มาตำให้ละเอียด แล้วพอกบริเวณเล็บขบ วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น

สูตรที่ 5 : ใช้เกลือป่นอัดใส่เข้าไปตามซอกเล็บเท้าที่เจ็บ ถ้าเจ็บมากให้ใส่เกลือทุกเช้า-เย็นจนกว่าจะหาย


สูตรที่ 6 : ใช้ใบพลูประมาณ 3-5 ใบ ตำผสมกับเกลือ แล้วพอกตรงบริเวณที่เล็บขบ วันละ 2 ครั้ง ช่วงเช้าและเย็น พอกไว้ประมาณ 5-7 วันอาการจะทุเลาลงค่ะ

ถ้ามีอาการเล็บขบที่หนักมาก เช่น นิ้วบวมมาก มีหนองไหล เกิดการติดเชื้อต้องไปพบแพทย์ค่ะ แพทย์จะให้ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียแบบทาหรือแบบรับประทานมาให้ แต่ถ้ามีก้อนเนื้อบริเวณข้างเล็บหนาตัวขึ้นแพทย์ก็จะทำการช่วยถอดเล็บให้ค่ะ ยังไงถ้าเป็นไปได้เราควรใส่ใจบริเวณเล็บเท้าของเราให้มากขึ้นดีกว่านะคะ จะได้ไม่ต้องมีอาการเจ็บปวดทรมาน และต้องเสียเวลารักษายาวนานไม่คุ้มนะคะ



บทความแนะนำ




บทความ "บิวตี้"



น้ำผึ้งมะขาวพอกผิวขาวมะขามเปียกวิธีดูแลผิวหน้าวิธีรักษาสิวมะขามขัดผิวผิวขาวกระจ่างใสวิธีดูแลตัวเองหน้าใสไกลสิวดูแลผิวผิวหน้าเคล็ดลับหน้าใสสกินแคร์เทคนิคหน้าใส